รายงานวิจัยด้านการเรียนรู้นอกห้องเรียน ซึ่งได้รับการเผยแพร่โดย BBC และดำเนินการศึกษาโดยนักวิจัย อาทิ Sue Waite จากมหาวิทยาลัย Plymouth และศาสตราจารย์ Karen Malone จากมหาวิทยาลัย Western Sydney ได้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า “ประสบการณ์กลางแจ้ง” เป็นสิ่งจำเป็นต่อพัฒนาการของเด็ก
เด็กในปัจจุบันกำลังเติบโตในโลกที่แตกต่างจากอดีตอย่างสิ้นเชิง
ใช้เวลาอยู่ภายในอาคารมากขึ้น
ใช้เวลาอยู่กับหน้าจอมากขึ้น
และมีโอกาสน้อยลงในการออกไปสำรวจ ทดลอง รับความท้าทาย และเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง
ข้อเท็จจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ เด็กในยุคนี้ใช้เวลาอยู่กลางแจ้งน้อยกว่าคนรุ่นก่อน ๆ อย่างชัดเจน และผลกระทบจากสิ่งนี้เริ่มปรากฏให้เห็นมากขึ้นเรื่อย ๆ
ประเด็นนี้ไม่ใช่เรื่องของความคิดถึงอดีต หรือการเปรียบเทียบวิถีชีวิตแบบเดิมกับปัจจุบัน
แต่คือเรื่องของ “พัฒนาการของเด็ก” อย่างแท้จริง
ประสบการณ์กลางแจ้งไม่ใช่เพียงกิจกรรมเสริมที่ “มีก็ดี” เท่านั้น แต่เป็นองค์ประกอบสำคัญต่อพัฒนาการของเด็ก
ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดจะเกิดขึ้น เมื่อการเรียนรู้นอกห้องเรียนได้รับการออกแบบอย่างมีโครงสร้างและมีเป้าหมายที่ชัดเจน ไม่ใช่เพียงกิจกรรมที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราวหรือโดยบังเอิญ
งานวิจัยได้ชี้ให้เห็นถึง 5 ด้านสำคัญที่เด็กสามารถพัฒนาได้ผ่านประสบการณ์กลางแจ้งที่มีคุณภาพ ได้แก่
สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เพียง “ทักษะเสริม” แต่คือ “ทักษะชีวิต” ที่มีความสำคัญต่อการเติบโตในระยะยาว
นอกจากนี้ รายงานวิจัยยังระบุว่า ประสบการณ์ค่ายพักแรมและกิจกรรมกลางแจ้งแบบพักค้างคืน (Residential Outdoor Experiences) มีประสิทธิภาพอย่างมากในการพัฒนาทักษะทางสังคม ความมั่นใจในตนเอง และภาวะผู้นำของเด็ก
สำหรับหลายครอบครัว ความท้าทายไม่ได้อยู่ที่การเข้าใจถึงคุณค่าของการเรียนรู้นอกห้องเรียน แต่อยู่ที่การค้นหาสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับให้เด็กได้สัมผัสประสบการณ์เหล่านั้นอย่างแท้จริง
ค่ายพักแรมแบบมีโครงสร้างและการดูแลอย่างเหมาะสม ช่วยเปิดโอกาสให้เด็กได้ก้าวออกจากพื้นที่เดิมของตนเอง และเติบโตผ่านประสบการณ์ใหม่ ๆ อย่างปลอดภัย ภายใต้สมดุลระหว่าง “การสนับสนุน” และ “ความเป็นอิสระ”
หากคุณกำลังมองหาประสบการณ์เช่นนี้ให้กับบุตรหลานของคุณ
👉 สำรวจค่ายพักแรมแบบ Residential Camp ของเราในประเทศไทย พร้อมดูรอบกิจกรรมที่เปิดรับสมัครล่าสุด
โรงเรียนในปัจจุบันกำลังเผชิญกับแรงกดดันในหลายด้าน
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การสอบและการวัดผล รวมถึงข้อจำกัดด้านเวลา
ด้วยเหตุนี้ ประสบการณ์สำคัญหลายอย่างที่มีบทบาทต่อการหล่อหลอมตัวตนและพัฒนาการของเด็ก จึงค่อย ๆ ถูกลดความสำคัญลง
การเรียนรู้นอกห้องเรียนและกิจกรรมกลางแจ้ง มักขึ้นอยู่กับครูหรือผู้สอนบางคนที่เล็งเห็นคุณค่าและพยายามผลักดันด้วยตนเอง มากกว่าการเป็นส่วนหนึ่งของระบบการศึกษาอย่างต่อเนื่องและจริงจัง
ผลลัพธ์คือ เด็กจำนวนมากอาจไม่มีโอกาสได้สัมผัสประสบการณ์เหล่านี้เลย
ทั้งที่ประสบการณ์ดังกล่าวมีความสำคัญต่อการพัฒนาความมั่นใจ การเข้าสังคม ความคิดสร้างสรรค์ และทักษะชีวิตที่จำเป็นต่ออนาคตของพวกเขา
การเรียนรู้นอกห้องเรียน ไม่ได้ให้ผลลัพธ์แบบเดียวกันทั้งหมด
งานวิจัยชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ประสบการณ์ที่แตกต่างกัน สามารถสร้างผลลัพธ์ด้านพัฒนาการที่แตกต่างกันได้เช่นกัน
และหนึ่งในรูปแบบการเรียนรู้ที่ทรงพลังที่สุด คือ “กิจกรรมกลางแจ้งแบบพักค้างคืน” หรือ Residential Outdoor Programmes
เหตุผลสำคัญคือ เด็กจะได้ก้าวออกจากสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคย และเข้าไปอยู่ในสถานที่ใหม่ ๆ ที่เปิดโอกาสให้พวกเขาได้เรียนรู้การปรับตัว การคิดวิเคราะห์ และการมีส่วนร่วมกับผู้อื่นอย่างแท้จริง
เด็กจะได้ทำงานร่วมกับผู้คนใหม่ ๆ
เผชิญกับความท้าทายจริง
เรียนรู้ความรับผิดชอบ
และก้าวออกจากพื้นที่ปลอดภัยของตนเอง
และนี่คือช่วงเวลาที่ “การเติบโตที่แท้จริง” เริ่มเกิดขึ้น
ไม่ใช่ผ่านทฤษฎีเพียงอย่างเดียว
แต่เกิดขึ้นผ่าน “ประสบการณ์จริง”
หากคุณต้องการทำความเข้าใจเพิ่มเติมว่า เหตุใดกิจกรรมทัศนศึกษาและค่ายพักแรมแบบพักค้างคืนจึงมีความสำคัญต่อพัฒนาการของนักเรียน สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่
👉 เหตุใดกิจกรรมทัศนศึกษาและค่ายพักแรมแบบพักค้างคืน จึงมีความสำคัญต่อพัฒนาการของนักเรียน
การเรียนรู้นอกห้องเรียน ไม่ได้ให้ผลลัพธ์เหมือนกันทั้งหมด
งานวิจัยชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ประสบการณ์ที่แตกต่างกัน สามารถนำไปสู่ผลลัพธ์ด้านพัฒนาการที่แตกต่างกันได้
และหนึ่งในรูปแบบที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด คือ “กิจกรรมกลางแจ้งแบบพักค้างคืน” หรือ Residential Outdoor Programmes
เพราะเหตุใด?
เพราะเด็กจะได้ออกจากสภาพแวดล้อมเดิมที่คุ้นเคย และก้าวเข้าสู่สถานที่ใหม่ ที่พวกเขาต้องเรียนรู้การปรับตัว การคิด การตัดสินใจ และการมีส่วนร่วมกับผู้อื่น
เด็กจะได้ทำงานร่วมกับผู้คนใหม่ ๆ
เผชิญกับความท้าทายจริง
เรียนรู้ความรับผิดชอบ
และก้าวออกจากพื้นที่ปลอดภัยของตนเอง
และนี่คือจุดที่ “การเติบโตที่แท้จริง” เริ่มเกิดขึ้น
ไม่ใช่ผ่านทฤษฎีเพียงอย่างเดียว
แต่เกิดขึ้นผ่าน “ประสบการณ์จริง”
เมื่อเด็กได้รับ “พื้นที่” สำหรับการสำรวจและเรียนรู้ด้วยตนเอง บางสิ่งจะเริ่มเปลี่ยนแปลงไป
พวกเขาสื่อสารมากขึ้น
มีความเป็นอิสระมากขึ้น
กล้าริเริ่มสิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเอง
และค่อย ๆ สร้างความมั่นใจขึ้นโดยไม่รู้ตัว
แต่การเปลี่ยนแปลงนั้นลึกซึ้งยิ่งกว่านั้น
เด็กที่เคยพึ่งพาผู้ปกครองหรือครูในการตัดสินใจ เริ่มเรียนรู้ที่จะตัดสินใจด้วยตนเอง พวกเขาเริ่มแก้ปัญหาโดยไม่ต้องรอความช่วยเหลือทันที และเรียนรู้วิธีรับมือกับความท้าทายผ่านการลงมือปฏิบัติจริง
คุณจะเห็นเด็กที่เคยเงียบ เริ่มกล้าแสดงออกมากขึ้น
คุณจะเห็นภาวะผู้นำค่อย ๆ ปรากฏขึ้น
และเห็นมิตรภาพก่อตัวขึ้นภายในเวลาไม่กี่วัน ทั้งที่ในชีวิตปกติอาจต้องใช้เวลานานหลายเดือน
และสิ่งสำคัญที่สุด คือคุณจะได้เห็นเด็ก “อยู่กับปัจจุบัน” อย่างแท้จริง
ไม่มีหน้าจอ ไม่มีสิ่งรบกวน มีเพียงประสบการณ์จริง และช่วงเวลาที่มีความหมายเท่านั้น
สภาพแวดล้อมกลางแจ้งไม่ได้เพียงช่วยส่งเสริมการเรียนรู้เท่านั้น แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการช่วยลดความวิตกกังวล และส่งเสริมสุขภาวะทางจิตใจของเด็กอีกด้วย
👉 เหตุใดการใช้เวลาในพื้นที่กลางแจ้งจึงช่วยลดความวิตกกังวลในเด็กได้
หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุดที่เด็กได้สัมผัสระหว่างอยู่ค่าย คือการได้อยู่ห่างจากการกระตุ้นทางดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง
ในชีวิตประจำวัน เด็กสามารถเข้าถึงหน้าจอได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นความบันเทิงแบบรวดเร็ว การเลื่อนดูเนื้อหาอย่างต่อเนื่อง หรือการรับข้อมูลในช่วงเวลาสั้น ๆ จนกลายเป็นความเคยชิน
เมื่อเวลาผ่านไป สิ่งเหล่านี้อาจส่งผลต่อวิธีที่เด็กใช้สมาธิ มีปฏิสัมพันธ์ และเชื่อมโยงกับโลกจริงรอบตัว
แต่เมื่อสิ่งกระตุ้นเหล่านั้นถูกลดลงหรือหายไป การเปลี่ยนแปลงบางอย่างจะเริ่มเกิดขึ้น
สมาธิดีขึ้น
การสนทนาเป็นธรรมชาติมากขึ้น
และเด็กสามารถจดจ่อกับกิจกรรมต่าง ๆ ได้ยาวนานขึ้น
แทนที่จะเปลี่ยนความสนใจไปมาระหว่างสิ่งรบกวน เด็กจะเริ่มอยู่กับสิ่งที่กำลังทำได้มากขึ้น มีความอดทนมากขึ้น และพร้อมเผชิญกับความท้าทายโดยไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ
หากนี่คือสิ่งที่คุณกำลังกังวล สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่
👉 เวลาหน้าจอ vs ประสบการณ์จริง: สิ่งที่เด็กกำลังขาดหายไปในปัจจุบัน
ที่ iCamp Thailand การเรียนรู้นอกห้องเรียนไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเสริม แต่คือ “รากฐานสำคัญ” ของทุกโปรแกรมที่เราสร้างขึ้น
โปรแกรมค่ายพักแรมของเราได้รับการออกแบบเพื่อส่งเสริมพัฒนาการของเด็กในด้านต่าง ๆ ซึ่งสอดคล้องกับผลการวิจัยระดับสากลเกี่ยวกับการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง
ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ
เด็กจะไม่ได้เป็นเพียง “ผู้เรียนรู้” แต่จะได้ “สัมผัสประสบการณ์จริง” ด้วยตนเอง
พวกเขาสร้างความมั่นใจผ่านการลงมือทำ
พัฒนาความยืดหยุ่นผ่านการลองผิดลองถูก
และเติบโตผ่านการปฏิสัมพันธ์กับผู้คนและสถานการณ์จริง ไม่ใช่ผ่านการจำลองบนหน้าจอ
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย มีระบบดูแลอย่างเหมาะสม และถูกออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับเด็กและเยาวชน
ประสบการณ์ค่ายระยะยาว สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม
เมื่อเด็กมีเวลาอยู่ในสภาพแวดล้อมแห่งการเรียนรู้มากขึ้น พวกเขาจะได้สร้างมิตรภาพที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
พัฒนาความเป็นอิสระมากขึ้น
และเกิดการเติบโตทางด้านบุคลิกภาพและทักษะชีวิตอย่างชัดเจน
เมื่อเด็กได้ใช้เวลาอยู่ในค่ายนานขึ้น พวกเขาจะเริ่มปรับตัวได้อย่างมั่นใจมากขึ้น กล้าท้าทายตัวเองมากขึ้น และได้ค้นพบศักยภาพของตนเองผ่านประสบการณ์จริง
ท้ายที่สุด เด็กจะกลับออกไปพร้อมกับความภาคภูมิใจในตนเอง และความรู้สึกถึงความสำเร็จที่เกิดจากการลงมือทำด้วยตนเอง
สำหรับเด็กหลายคน ช่วงเวลาหนึ่งสัปดาห์ในค่าย อาจกลายเป็น “จุดเปลี่ยนสำคัญ” ของการเติบโต
ในช่วงเริ่มต้น เด็กหลายคนอาจรู้สึกไม่มั่นใจ ต้องอยู่ในสถานที่ใหม่ พบเจอผู้คนใหม่ และอยู่ห่างจากบ้าน
แต่หลังจากนั้น บางสิ่งจะเริ่มเปลี่ยนแปลงไป
เมื่อเข้าสู่ช่วงกลางสัปดาห์ เด็กจะเริ่มปรับตัวได้ดีขึ้น เริ่มสร้างมิตรภาพ กล้ามีส่วนร่วมกับกิจกรรมต่าง ๆ และรู้สึกคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมรอบตัว
และเมื่อจบค่าย พวกเขามักกลับออกไปพร้อมกับความมั่นใจที่มากขึ้น ความเป็นอิสระที่ชัดเจนขึ้น และความภาคภูมิใจในสิ่งที่ตนเองสามารถทำได้
ค่ายจึงไม่ใช่เพียงสถานที่ทำกิจกรรม แต่เป็นสถานที่ที่เด็กได้ค้นพบว่า ตนเองมีศักยภาพมากกว่าที่เคยคิด
เป็นสถานที่ที่พวกเขาได้เรียนรู้การเชื่อมโยงกับผู้อื่น การมีส่วนร่วม และการเป็นผู้นำ
เป็นสถานที่ที่สร้างความทรงจำอันมีคุณค่า ซึ่งจะคงอยู่กับพวกเขาไปอีกหลายปี
ในโลกที่กำลังกลายเป็นดิจิทัลมากขึ้นทุกวัน ประสบการณ์เช่นนี้ยิ่งมีความสำคัญมากกว่าที่เคย
เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปีของ iCamp เราขอมอบข้อเสนอสุดพิเศษ
สมัคร 1 คน ฟรี 1 คน สำหรับทุกโปรแกรมค่าย
สมัครเด็ก 1 คน และพาเพื่อนมาเข้าค่ายฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
เด็ก 2 คน กับ 1 ประสบการณ์ที่น่าจดจำตลอดชีวิต
ไม่ใช่ทุกสิ่งที่มีค่าจะสอนได้ในห้องเรียน
บางสิ่งต้องเรียนรู้จากประสบการณ์
ความมั่นใจ
ความอดทน
ความเป็นอิสระ
ความสัมพันธ์
สิ่งเหล่านี้สร้างขึ้นได้จากกิจกรรมกลางแจ้ง
หากต้องการศึกษาข้อมูลและงานวิจัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเรียนรู้นอกห้องเรียน สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่
👉 https://www.bbc.com/news/science-environment-36132129
👉 https://www.naturalconnections.org.uk
แท็ก: ประโยชน์ของการเรียนรู้กลางแจ้ง, ค่ายพักแรมในประเทศไทย, ค่ายฤดูร้อนในประเทศไทย, ประโยชน์ของค่ายสำหรับเด็ก, การศึกษาภาคสนาม, เวลาอยู่หน้าจอเทียบกับการเล่นกลางแจ้ง, กิจกรรมพัฒนาเด็ก, การสร้างความมั่นใจให้เด็ก, ทัศนศึกษาของโรงเรียน, ค่ายเด็กในประเทศไทย
BANGKOK HEAD OFFICE
Monday to Friday – 9 AM to 6 PM
94 UdomSuk Road, Kwang Nongbon, Khet Pravet, Bangkok 10250 THAILAND
Email : info@icampthailand.com
Tel: +66 (0) 2399-5400 ext 503
Line ID : @icampthailand
iCAMP visits (appointment only).
Address : 9/9 Moo 6 Tambon Klondo, Dan Makhamtia District, KANCHANABURI 71260 THAILAND
We offer customized programs for school residential and retreats. The combination of facility and lessons can be tailored to suit the requirement of the school. On one end, there is the possibility to use our facilities only and all teaching/counseling staff provided by the school. Alternatively, we can include lessons in sports, arts, crafts and academic lessons, as desired.
Yes. Please contact us to make an appointment.
By email : info@icampthailand.com
By phone : +66 (0) 2399-5400
All indoor facilities are equipped with A/C.
We can cater to Western, Asian, Halal and Vegetarian meals.
You can also update us on any dietary requirements/restrictions so we can prepare the meals accordingly.
Yes they are welcome to bring their cameras and phones (upon teacher’s approval), however, we do not take any responsibility for lost or damaged items.
We’d love to propose a programme that fits your requirements. Kindly contact us for more details.
By email : info@icampthailand.com
By phone : +66 (0) 2399-5400
Contact us for reservation of dates for your trip.
By email : info@icampthailand.com
By phone : +66 (0) 2399-5400
Campers may choose one week or more, and have option to extend once they have already been at camp.
Ratios are determined based on the age of the camper. In most cases, we follow a 1 to 10 ratio. Please contact us if you wish to discuss your specific age group.
iCamp Thailand has a “no-screen” policy, and is focused on improving kid’s social skill and self-confidence. Therefore campers traveling alone are encouraged to bring a mobile phone to the camp. However, all the mobile devices will be collected in the arrival day when they are check in. They will receive the phone back on the departure day check out time.
Yes, please email us at info@icampthailand.com to make an appointment.
If you like to visit your child at camp we do require that you call or email two days before you would like to visit.
Unfortunately we do not allow parents to call and speak directly with their child as this may cause unnecessary homesickness. We would glad to pass along any messages and let you know who your child is doing. However, if there is an emergency, we will surely allow you to speak with your child.
iCamp Thailand is capable of accommodating some special medical needs. Please contact the office to discuss your child’s needs and how we can work together to make camp a successful experience.
All indoor facilities are equipped with A/C.
You may visit our Facebook page @iCampThailand to view update photos daily.
Our professional chefs serve healthy, kid-friendly and testy meals. Every meal includes an extensive breakfast or salad bar, along with vegetarian, gluten-free, dairy-free and vegan options. Fresh fruits are provide every meals.
Corporate FAQ
What do we offer?
We offer customized programs for corporate trips and company retreats. Itineraries can be tailored to suit the requirement of each group. On one end, there is the possibility to use our facilities only.
How many days can we book the camp?
Options for staying can be overnight trip or 3-5 days.
Can we schedule a tour to see the camp?
Yes. Please contact us to make an appointment.
By email : info@icampthailand.com
By phone : +66 (0) 2399-5400
What is the accommodation like?
Each cabin has 6 bunk beds and 2 private rooms.
What type of food do you serve?
We can cater to Western, Asian, Halal and Vegetarian meals
Where do I get a sample itinerary?
We’d love to propose a programme that fits your requirements. Kindly contact us for more details.
By email : info@icampthailand.com
By phone : +66 (0) 2399-5400
How can I reserve a date for our trip?
Contact us for reservation of dates for your trip.
By email : info@icampthailand.com
By phone : +66 (0) 2399-5400